วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 11, 2555

FTIsland “วงแรกที่ผมสร้างขึ้น, เหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น และลูกชายคนแรกที่แสนซุกซนของผม FTIsland”

[TH-Trans // Interview] CEO FNC Ent, ฮันซึงโฮ พูดถึง
Credit: etomedia
Eng –Trans : FTIslandFacts
Thai – Trans : FT_FamilyThai

-----------------------------------------------




FTIsland กลายเป็นวงดนตรีที่ยอดเยี่ยมท
ี่สุด ในเอเชีย จากการเดบิวต์ในปี 2007 ด้วยเพลง 'Love sick' และยังมีเพลงฮิตอีกมากมายเช่น 'thunder', 'after love', 'love love love', 'severely', 'I wish' อื่นๆ

ฉันได้พบกับท่านฮันซึงโฮ ซีอีโอของ FNC Entertainment คนที่แนะนำรูปแบบใหม่ของวงดนตรีไอดอลในกลุ่มอุตสาหกรรมทางเคป็อปที่ไอดอล กลุ่มเต้นคือหัวใจสำคัญ และได้สร้างเอฟทีไอส์แลนด์ที่กลายเป็นกระแสฮันรยูของวงดนตรีแนวเคป๊อป ฉันได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตจากเขา ร่วมถึงเรื่องราวในปัจจุบันและอนาคตของพวกเขา

"ผมกำลังกลับมาจากการการเดินทางทำธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่นและผมพบว่าเด็กๆ ทั้งหลายได้รับความรักในฐานะวงดนตรีและเป็นผู้นำแห่งวงดนตรี ผมคิดว่าทำไมพวกเราไม่มีแบบนั้นล่ะ เช่นเดียวกับวิธีการที่พวกเขากลายเป็นวงร้องและเต้นเพราะความสนใจในการเต้น ตั้งแต่เล็กๆ ผมสร้างเอฟทีไอส์แลนด์และคิดว่าพวกเขาจะกลายเป็นวงดนตรีถ้าผมฝึกฝนเด็กๆที่ สนใจในการเล่นดนตรี ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกกลัวไหม แต่ผมมีความมั่นใจว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ 100% ดังนั้นผมเลยไม่ได้คิดถึงความล้มเหลวครับ"

เฉกเช่นเดียวกับความมั่นใจของเขา เอฟทีไอส์แลนด์ได้รับความรักมากมายและได้อันดับหนึ่งในรายการเพลงต่างๆจากเพ ลงเดบิวต์ของพวกเขา 'Love sick' ที่พวกเขาทำการเดบิวต์ในระยะเวลาแค่สามอาทิตย์เท่านั้น เอฟทีไอส์แลนด์ได้ผ่านช่วงเวลาที่อันตรายพร้อมกับโชคชะตาที่เลวร้ายของพวก เขาอย่างต่อเนื่อง

"มันยากที่จะประสบความสำเร็จกับอัลบั้มแรก แต่พวกเขาก็ทำมันได้ดีด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในเพลง 'Love sick' และตามมาด้วยเพลง 'thunder' ต่อจากนั้นเป็นเพราะผลตอบรับที่ไม่ค่อยดีในอัลบั้มที่สอง พวกเขาเสร็จสิ้นกิจกรรมด้วยความรวดเร็วและเตรียมตัวสำหรับงานละคร แต่เพราะงานละครได้ถูกยกเลิกอย่างกระทันหัน นั้นกลายเป็นช่วงที่ไม่มีแผนการอะไร หลังจากนั้น มีสมาชิกคนหนึ่งได้ลาออกจากวง และเอฟทีไอส์แลนด์ต้องเผชิญกับช่วงระยะเวลาที่เลวร้าย" ในขณะที่ย้อนกลับไปคิดถึงช่วงเวลานั้น

เพราะความยากลำบาก การคัมแบ็คของเอฟทีไอส์แลนด์หลังจากการตกต่ำที่ยาวนาน ก็ทำให้ฮันซึงโฮได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่

"ผมคิดว่าพวกเขาจะไม่สามารถรอดพ้นได้ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการตอบรับอย่างมาก ที่สุดในเอเชีย พวกเราพยายามที่จะทำการเดบิวต์ที่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และผลลัพท์ที่ได้คืออันดับหนึ่งอีกครั้งที่เกาหลีจากเพลง 'love love love' อันดับหนึ่งในโอริกอตชาร์ตและคอนเสิร์ตที่บูโดกัน นั้นทำให้ผมสัมผัสได้มากจริงๆครับ ผมรู้สึกมั่นใจว่าพวกเขาทำมันได้ดีแต่มันน่าตื่นเต้นจริงๆเมื่อผมเห็นมัน เกิดขึ้นต่อหน้าต่อหน้าผม"

พวกเขาเป็นวงฮันรยูที่ดีที่สุดแต่เพราะเอฟทีไอส์แลนด์มีภาพลักษณ์ที่พวกเขา ถูกสร้างจากการวางแผนเป็นวงดนตรีไอดอล พวกเขาได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายในการเล่นดนตรีของพวกเขา เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซีอีโอฮัน กล่าวว่า "แน่นอนที่ว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า พวกเขาไม่สามารถเล่นดนตรี แต่พวกเขา (คนทั่วไป) ไม่คิดว่าความสามารถของเอฟทีไอส์แลนด์ได้พัฒนาขึ้น" และนั้น "ในกรณีของมือกลองอย่างชเวมินฮวาน ในระหว่างการอัดอัลบั้มที่ 1 และ 2 ศิลปินที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นกล่าวยกย่องเขาว่า "เขามีความสามารถเทียบเท่ากับคนเก่งๆ (มืออาชีพ) ในหลายๆประเทศ"

ต่อจากนั้น "ถึงแม้ว่าความเข้าใจผิดในตอนนั้นได้จากไปแล้วในตอนนี้ แต่ในส่วนของการออกอากาศที่วงดนตรีต่างๆทำได้เพียงแค่แฮนด์ซิง คนทั่วไปทำเพียงหยิบยกปัญหาขึ้นมานำเสนอให้กับเอฟทีไอส์แลนด์" และสิ่งนั้น " ผมคิดว่าการที่จะทำวงดนตรีในเกาหลี พวกเขาต้องอาศัยอยู่ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกจัดเตรียมไว้ (ต้องทำตามกระแสนิยม) ผมมักจะบอกพวกเขาเสมอว่าพวกเขาต้องยอมรับมันและสนุกไปกับมัน และในอนาคตพวกเขาจะได้รับเรตติ้งที่เหมาะสม นั้นคือเหตุผลว่าทำไมสมาชิกถึงเล่นดนตรีด้วยตัวพวกเขาเองในระหว่างการอัด เพลง ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครคิดถึงพวกเขาก็ตาม (ไม่มีใครรู้ว่าเอฟทีเป็นคนอัดเสียงเพลงด้วยตัวของพวกเขาเอง)

ถ้ามันเป็นเพราะสิ่งนี้? ผลตอบรับจากผู้คนมากมายที่มีต่อเอฟทีไอส์แลนด์จะเปลี่ยนไป ซึ่งแตกต่างจากมุมมองในการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรก พวกเชาจะแสดงให้เห็นถึงผลตอบรับว่าพวกเขาประหลาดใจที่ทักษะในการเล่นดนตรี ของเอฟทีไอส์แลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและดีขึ้น

"คอนเสิร์ตมากมายและการอัดรายการต่างๆ ผมคิดว่ามันชัดเจนที่ว่าพวกเขาพัฒนาเพราะการฝึกซ้อมอย่างหนักของพวกเขา นั้นไม่มีทางลัดหรือหนทางให้เดินกลับ พวกเขาผ่านสิ่งต่างๆมากมายจากเกาหลีและแน่นอนในเอเชีย และนั้นทำให้ทักษะของพวกเขาพัฒนาขึ้นระหว่างนั้น ดังนั้นพวกเราควรจะขอบคุณสำหรับสิ่งที่จัดเตรียมไว้ ถ้าพวกเขาไม่ได้รับความนิยมเลย มันเป็นอะไรที่ยากมากที่จะมีคอนเสิร์ตสักครั้งต่อปี"


แม้ว่าเขาจะมอบความรักมากมายให้กับชื่อที่ถูกเรียกขึ้น "ลูกชายคนแรกที่แสนซุกซน, เอฟทีไอส์แลนด์" แฟนๆของเอฟทีไอส์แลนด์ต่างแสดงความผิดหวังกับซีอีโอฮันซึงโฮ สำหรับการดูแลที่แตกต่างกับวงรุ่นน้องอย่างซีเอ็นบลู


จากสิ่งนี้เขากล่าวว่า "นั้นเป็นเพราะความผิดพลาดมากมายที่เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเป็นวงแรกของบริษัท พวกเราเพียงแค่เพิ่มเติมสิ่งที่ขาดหายไปจากเอฟทีไอส์แลนด์ในระหว่างกิจกรรม ของพวกเขา แต่ผมคิดว่าแฟนๆคงเข้าใจผิดครับ" และอธิบายต่อว่า" แตกต่างจากศิลปินอื่นๆ เอฟทีไอส์แลนด์ต้องการอิสระมากกว่า ดังนั้นพวกเราเลยให้พวกเขาวางแผนคอนเสิร์ตด้วยตัวพวกเขาเอง แต่ถ้ามีบางส่วนที่ยังผิดพลาดหรือขาดหายไป แฟนๆจะคิดว่า "บริษัทไม่ดูแลพวกเขา"


เพราะเขาผ่านสิ่งต่างๆมากมายเพื่อสร้างวงฮันรยูที่ประสบความสำเร็จอย่าง FTIsland เป้าหมายของเขาที่มีต่อพวกเขา (เอฟที) ต้องยิ่งใหญ่เช่นกัน แต่เมื่อฉันถามเขาถึงเป้าหมายของเอฟทีไอส์แลนด์ ฮันซึงโฮตอบอย่างไม่คาดคิดว่า "ผมอยากให้พวกเขาสร้างสรรค์ดนตรีให้ยาวนานที่สุด"

"เพราะพวกเขาเป็นวงแรกที่ผมสร้างขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าผมจะรู้สึกยินดีมากๆถ้าพวกเขาทำกิจกรรมภายใต้ชื่อ "FTISLAND" อย่างยาวนาน ถ้าพวกเขาทำงานอย่างหนัก ซึ่งแตกต่างจากวงเต้น วงดนตรีสามารถทำการแสดงต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำกิจกรรมเดี่ยวของพวกเขาในอนาคต ผมหวังว่าพวกเขายังจะดำเนินกิจกรรมในฐานะ FTIsland ครับ"


▶เสน่ห์ที่ไม่คาดคิดของเอฟทีไอส์แลนด์ ในสายตาของซีอีโอ ฮันซึงโฮ

ลีฮงกี = "เขาเหมือนเด็กมากๆ จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยคาดคิด เพราะเขาร่าเริงและสนุกสนาน ผมคิดว่าเขาจะเหมือนกับเด็กที่น่ารำคาญ แต่ผมคิดผิด เขาบ่นให้ผมฟังบ่อยๆ แต่หนึ่งคนที่เล่นกับลูกของผมได้ดีที่สุดคือฮงกี เมื่อผมเห็นเขาเล่นกับลูกของผม ผมคิดว่าเขาเป็นคนใจดีและเป็นคนที่ห่วงใยและเอาใจใส่ในสายตาของเด็กๆครับ"

ชเวจงฮุน = "เขาเป็นคนที่อ่อนไหวมากๆและมีน้ำตามากมาย จงฮุนเป็นหนึ่งคนที่ร้องไห้เมื่อพวกเขาถูกดุ เมื่อผมกำลังดุด่า ถ้าผมเห็นจงฮุนร้องไห้ ถึงแม้ว่าผมจะมีบางเรื่องที่ต้องดุด่าอีกแต่เขามักจะทำให้ผมจบมันด้วยความ รวดเร็วครับ" (ท่านประธานเห็นน้ำตาจงฮุนแล้วดุด่าไม่ออกค่ะ)

ลีแจจิน = "แฟนๆทุกคนก็น่าจะรู้ดีเช่นกันครับ แต่เขาเป็นคนที่จะจัดการเกี่ยวกับงานและสนุกไปกับมัน และเขารู้วิธีที่จะแสดงออกในสถานการณ์ต่างๆ อย่างไม่คาดคิด, เขาพูดในสิ่งที่เขาต้องการถึงแม้ว่าเขาดูเหมือนจะรับฟังทุกอย่าง ผมคิดว่าเขาพยายามอย่างมากที่จะโตเป็นผู้ใหญ่่ในช่วงนี้ ผมเห็นเขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่ง แต่ในบางครั้งผมก็คิดว่าเขากลายเป็นผู้ใหญ่แล้วเช่นกัน"

ชเวมินฮวาน = "ดูเหมือนว่าเขาจะมีความน่ารักมากมายเพราะเขาเป็นน้องเล็กแต่เขาเป็นคนนิ่งๆ เขาเป็นคนเก็บอารมณ์อยู่ตลอด เขาไม่ค่อยมีลักษณะต่างๆเหมือนกับมักเน่ ถ้ามินฮวานมีแฟนในอนาคต ผมอาจจะประหลาดใจในลักษณะท่าทางที่แตกต่่างออกไปไหมนะ?"

ซงซึงฮยอน = " ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่สร้างบรรยากาศให้กับเอฟทีไอส์แลนด์ เขาดีมากๆในการผูกมิตร มันคงเป็นอะไรที่ยากสำหรับเขาในการเป็นสมาชิกใหม่ แต่ผมคิดว่าเขาสามารถทำมันได้ดี เขาเป็นเช่นดั่งเด็กน้อยที่บริสุทธิ์และเด็กดีครับ"

Credit: etomedia
Eng –Trans : FTIslandFacts
Thai – Trans : FT_FamilyThai

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น